วันพุธที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เตรียมรับมือกับกระแสการตรวจสอบจากเพย์พาล

หลังจากโดนเพย์พาลเรียกปรับทัศนคติมาสองสัปดาห์ แก้ทุกอย่างจนผ่านเรียบร้อยแล้ว เลยอยากมาแนะนำข้อมูลบางอย่างให้เพื่อนๆ ครับ

ช่วงนี้หลายคนเริ่มพูดถึงการโดนเรียกตรวจสอบเข้มข้นจากเพย์พาล หรือโดนปิดร้านเพราะเพย์พาลกันมาแล้ว จริงๆ แล้วมันก็ไม่น่าแปลกใจนะ เมื่อบริษัทการเงินระดับโลกต้องการรักษามาตรฐานการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านเพย์พาล ฉะนั้นหากต่อไปนี้ คุณ
- มีการทำธุรกรรมผิดปกติ
- มีบัญชีซ้ำซ้อน
- มีลูกค้าคืนสินค้าที่ราคาสูงๆ ต้องรีฟันด์เงินคืน โดยเฉพาะหากลูกค้าไปรีฟันด์โดยตรงกับเพย์พาล
- ลูกค้าคืนสินค้าหลายเคสมาก เมื่อเทียบกับยอดขายต่อเดือน
- ขายสินค้าที่ล่อแหลม สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฏหมายทั้งในไทย และประเทศปลายทาง
- ยอดเงินในบัญชีของเพย์พาลติดลบ

หากคุณมีปัญหาต่างๆ เหล่านี้ ให้ระวังตัวให้ดี เพราะคุณอาจโดนปิดแอคเคาท์เพย์พาลถาวรตลอดชีพ หรือโดนล๊อคบัญชี แล้วเรียกตรวจสอบเอกสาร



แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ต้องนอยด์เกินไป หากคุณวางแผนเตรียมพร้อมเอาตัวรอดไว้ให้ดี คดีนี้ก็อาจจบเร็วขึ้น
สิ่งที่ต้องเตรียม
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาการจดทะเบียนธุรกิจ
- สำเนาใบแจ้งหนี้ ค่าน้ำค่าไฟ ถ่ายจากใบจริง ให้เห็นรายละเอียด ไม่เอาจากหน้าซอง
- รายละเอียดของธุรกิจที่เราทำ
- สำเนาใบเสร็จที่มีชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทร และชื่อคุณ
- สำเนาการติดต่อกับซัพพลายเออร์ รายละเอียดซัพพลายเออร์ อย่างน้อยๆ นามบัตรชัดๆ ต้องมีเก็บไว้
- Tracking Number ของสินค้า เตรียมย้อนหลังไว้เลยสักสองสามเดือนเผื่อโดนเรียกดู เช็คให้ดีว่าทุกชิ้นถึงมือลูกค้าแน่นอนมั๊ย
- หากชิ้นใหนไม่มีเลขแทรคกิ้ง ให้รีบติดต่อลูกค้ามาให้ฟีดแบคกับร้านเราโดยเร็วที่สุด แล้วแคปเจอร์หน้าจอเอาไว้ เพราะหากคุณตามมาไม่ได้ บอกเลยว่างานเข้าครับ ต่อไปนี้เพย์พาลเข้มงวดมากเรื่องของการจัดส่งสินค้า หากไม่มีข้อพิพาทให้ตรวจสอบก็ไม่เป็นไร แต่หากโดน
เคสเมื่อไหร่ เพย์พาลตรวจสอบแทรคกิ้งทันที ถ้าไม่มีหรือเช็คไม่ได้ เขาไม่คุยด้วยนะครับ จะรอจนกว่าคุณจะยืนยันได้ว่าของถึง เขาถึงจะหยิบเคสคุณขึ้นมาดู

เตรียมทุกอย่าง ถ่ายรูป เซฟเก็บไว้ได้เลย 

ทีนี้โดนวันไหน ก็เข้าไปอ่านดูว่าเพย์พาลต้องการอะไรบ้าง เพราะเขาจะไม่ขอหมดทีเดียวหรอก หากเขาสงสัยอะไรเพิ่มเขาจะต่อยๆ ขอมา โดยบอกผ่านมาทางอีเมล์นะ ต้องคอยเช็คกันเอา และเมื่อส่งเสร็จแล้ว อย่าคิดว่าจะจบทันที เพย์พาลขอเวลา 3-5 วันเพื่อตรวจสอบทีนี้ก็ยาวไปๆ กว่าจะจบเรื่อง

แล้วโดนเพย์พาลตรวจสอบน่ากลัวแค่ไหน
- เริ่มเบาะๆ แค่ขอดูเอกสารก่อน ให้รีบจัดการ ระหว่างนั้นจะถอน แก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรในเพย์พาลไม่ได้เลย หากคุณมัวชักช้า หรืออนุมัติเอกสารไม่ทันวันที่กำหนด
- เพิ่มระดับการลิมิต ด้วยการล๊อกบัญชีคุณ ทีนี้ปัญหาเกิดเพราะลูกค้าจะจ่ายเงินเข้าบัญชีคุณไม่ได้ ลงขายใหม่ในอีเบย์ก็ไม่ได้ แก้ไขข้อมูลอะไรไม่ได้เลย จนกว่าเรื่องจะเคลียร์
- หากไม่จบ เพย์พาลก็ปิดบัญชีคุณตลอดชีพ ทีนี้ยาว เพราะเราผูกไว้กับอีเบย์ด้วย งานใหญ่รัชดาลัยเลยทีนี้ ที่สำคัญ หากมีเงินค้างอยู่ในนั้น คุณต้องรอ 180 วัน ให้เพย์พาลมั่นใจว่าไม่มีลูกค้าคนใหนจะขอคืนเงินอีก เขาถึงจะยอมให้คุณภอนเงิน ตอนนั้นจะสะอื้นไม่ออกกันเลยทีเดียว

ฉะนั้น เตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อมครับ ที่สำคัญทุกชิ้นต้องลงทะเบียน มีแทรคกิ้งนัมเบอร์ และไม่ใช่แค่มี แต่ต้องคอยตามด้วยว่าถึงหรือยัง ไปค้างที่ใหนหรือเปล่าครับ

พอแล้ววันนี้ ยาวเกินไปแล้ว เอาไว้วันหน้ามาเล่าให้ฟังกันอีกครับ



Ebayguide Slow Life ให้ได้ตังค์ พื้นที่กลางสำหรับแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้ และประสบการณ์ในการขายสินค้าบนอีเบย์ แบบไม่มีค่าย ไม่มีสังกัด งดเว้นการก่อดราม่า โต้เถียง หรือล่วงเกิน กลุ่มหรือสถาบัน อันจะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งทุกกรณีครับ

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

อยากขายของ ต้องหามันให้เจอ

 อยากจะขายของในอีเบย์มาก แต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง ทำยังไง วันนี้ผมมีคำตอบมาให้ครับ

เราทุกคนมาเหมือนกันหมด อยากขายของออนไลน์ เพราะรู้สึกว่ามันไม่น่ายาก เห็นใคร ๆ ก็บอกว่ามันง่าย ขายดี ขายแล้วรวย แต่เอาเข้าจริงมันกลับไม่ง่ายเลย ไม่รู้จะเริ่มจับต้นชนปลายยังไง เข้าไปหาข้อมูลที่ไหนก็เจอแต่ปัญหา เจอแต่เรื่องราวจนสับสนไปหมด จนเวลาผ่านไปเป็นปีๆ ก็ยังไม่ได้เริ่มสักที งั้นวันนี้ผมจะขอเล่าวิธีเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดก่อน มันเริ่มด้วยการ "หา" ครับ และต้องหาให้เจอด้วย
มาเริ่มต้นกันเลย 
(หมายเหตุ กรุณาหามันด้วยตนเอง อย่ารอความหวังและอย่ามัวรอคนใจดีมาบอกเรื่องสินค้า เพราะทั้งชีวิตคุณมารอแบบนั้นไม่ได้แน่ครับ และอย่ารีบเชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูดจนกว่าคุณจะได้ข้อมูลอ้างอิงที่ถูกต้องครับ)

สิ่งที่ต้องหาช่วงก่อนการขาย
1. หาตลาดให้เจอว่าเราอยากขายของในโซนไหน เพราะอีเบย์มีหลายโซนราคาขายก็ต่าง ความต้องการก็ต่าง

2. หาชื่อสินค้า หรือชื่อหมวดหมู่ กลุ่มสินค้าที่เราสนใจ เน้นว่าเราต้องสนใจ เพราะหากไปฝืนขายในสิ่งที่เราเองยังไม่ชอบ โอกาสขายได้มันก็น้อยลงครับ
2.1 หาของขายดี Popular Selling เมื่อได้ชื่อหรือหมวดสินค้าแล้ว ก็ต้องหาต่อว่าสินค้าในหมวดนั้น หน้าตาแบบใหนขายดี ของประเภทเดียวกันไม่ได้ขายดีเหมือนกันหมดครับ
2.2 หาของที่ลูกค้าสนใจ Popular Watching คือหาสินค้าที่มีคนมาติดตาม หรือค้นหาเยอะมากๆ ในหมวดนั้นๆ
2.3 หาช่วงเวลาของสินค้า สินค้าบางชิ้นหากไม่ได้เป็นของกินของใช้ประจำวัน มันจะไม่ได้ขายออกตลอดเวลา แต่มันจะมีช่วงเวลาของมัน มีเทศกาลของมัน ฉะนั้นดูให้ได้ว่าของนั้นมันขายดีตอนไหน เดือนใหน อย่ารีบเชื่อเวลาที่มีคนมาบอกคุณว่าไอ้นั่นไอ้นี่ขายดีขายได้ จงหาคำตอบที่แท้จริงก่อน
2.4 หาราคาจริง หากสินค้าเรามีคนขายกันอยู่มากมาย ก็ต้องหาให้ได้ว่าราคาต่ำสุด ราคากลาง ราคาสูงสุดที่ขายกันคือเท่าไหร่ เราเอามาขายแล้วคุ้มทุนมั๊ย ได้กำไรเท่าไหร่ อย่าแห่ตามของที่ขายแล้วขาดทุน และอย่าไปตั้งราคาของเราให้มันสูงโดดไปจากราคาของคนอื่น เพราะหากของคุณมีคนอื่นขายอยู่ ยังไงลูกค้าก็เลือกของถูกก่อนครับ
 2.5 หาราคาค่าส่ง เช็คให้ดีว่าค่าส่งสินค้าชิ้นนั้นมันเท่าไหร่ ค่ากล่อง ค่าอุปกรณ์การแพค ค่าเดินทางเท่าไหร่ หลายคนพลาดมาขาดทุนเอาก็ตรงน่าส่งนี่แหละครับ
2.6 หาข้อห้าม เงื่อนไข กฏเกณฑ์ต่างๆ ในการขายสินค้าชิ้นนั้นๆ อย่าไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็น และอย่าอ้างว่าไม่รู้
2.7 หาวิธีการส่งของ ทำยังไงของที่ส่งจะไม่สูญหาย จะไม่เสียหาย แตกหักระหว่างทาง กล่องเสียบ กล่องฝาประกบ ซองต่างๆ ข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร
2.8 หาคู่แข่ง ดูว่าของที่เราสนใจมีคนขายกันอยู่เยอะมั๊ย ถ้ามันเยอะมากก็ต้องมาดูว่าคุ้มค่าในการโดดลงไปแข่งขันในตลาดนั้นมั๊ย 
2.9 หาวิธีการที่แตกต่างที่จะทำให้ของเราขายได้ และแตกต่างไปจากของที่คนอื่นขายอยู่เพื่อไม่ต้องไปแข่งเรื่องราคา
2.10 หาแหล่งสินค้า ไม่ใช่หาแค่ว่าอะไรขายอยู่ตรงใหน แต่จงหาว่าร้านส่ง โรงงานผลิตอยู่ใหน ทำยังไงให้ต้นทุนที่เราได้มามันจะถูกกว่าของคนอื่น เพราะยิ่งถูกคุณก็ยิ่งได้กำไรมากกว่าคนอื่น และหาของที่ดีมีคุณภาพ อย่าหาแต่ของต้นทุนถูกแต่คุณภาพต่ำมาขายครับ เดี๋ยวมันจะเรียกแขก
เมื่อหาทุกอย่างได้แล้วก็ลงสนามเลยครับอย่ามัวรั้งรอ

สิ่งที่ต้องหาช่วงทำการขาย
3. หาจุดดีจุดด้อยของรายการขายของคุณเพื่อไปแข่งกับคนอื่น
4. หาโปรโมชั่น มาสร้างจุดกระตุ้นยอดขายตลอดเวลา
5. หาวิธีคุยกับลูกค้าให้สบายใจ และไม่โกรธเวลาที่มีปัญหา
6. หาทางออกของปัญหาที่ดีที่สุด สมูทที่สุด ทำให้โดนเคสน้อยที่สุด และการคืนเงินลูกค้าเป็นวิธีสุดท้ายที่เราจะทำเวลาเกิดปัญหา
7. หาสินค้าใหม่ตลอดเวลา

สิ่งที่ต้องหาช่วงหลังการขาย
8. หาวิธีสร้างสายสัมพันธ์กับลูกค้าให้ยาวนาน
9. หาวิธีขยายตลาด เพิ่มยอดขาย และการเพิ่มยอดการซื้อซ้ำจากลูกค้า
10. หาตลาดใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยง

หาสิ่งเหล่านี้ให้เจอครับ เราจะได้ทำการขายอย่างสบายใจ ส่วนเรื่องของปัญหาในการขายต่างๆ ไม่ต้องรีบไปหามัน เดี๋ยวมันมาหาเราเอง มาเมื่อไหร่ก็ค่อยไปหาทางแก้ครับ ปัญหามีได้ก็แก้ได้อย่ากังวล เพราะเมื่อคุณหาทุกเรื่องที่ผมบอกมาแล้ว ปัญหาต่างๆ ก็จะน้อยมากหรือแทบไม่มีเลยครับ




Ebayguide Slow Life ให้ได้ตังค์ พื้นที่กลางสำหรับแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้ และประสบการณ์ในการขายสินค้าบนอีเบย์ แบบไม่มีค่าย ไม่มีสังกัด งดเว้นการก่อดราม่า โต้เถียง หรือล่วงเกิน กลุ่มหรือสถาบัน อันจะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งทุกกรณีครับ

สิบขั้นง่าย ๆ ที่ทำไม่ง่ายก่อนจะก้าวสู่ยอดขายระดับล้าน

พี่คะเห็นพี่คนนั้นคนนี้เขาขายของได้เดือนละเป็นล้านสองล้านเลย หากหนูอยากได้บ้างต้องทำยังไงคะ???? อันดับแรกเลิกบ่นครับ งานเยอะปัญหาเยอะเป็นเร...