วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559

หาสินค้าขายแบบไม่ใช้แอปส์เสียเงิน ดูง่ายๆ แต่ไม่ง่ายนะ

มีเพื่อนถามว่าผมหาของอย่างไร ทำไมมีสินค้ามาโชว์ได้ทุกวัน และมันดูแปลกกว่าคนอื่น 

จริงๆ ผมมีกระบวนการหาของหลายสเตปมากครับ เพราะมันไม่ใช่แค่หา แต่ต้องวิเคราะห์ให้เป็นด้วยว่าอะไรน่าขาย อะไรไม่น่าหยิบมาขายให้เปลืองลิสต์ และเสียเวลาทำ วันนี้จะขอมาเล่าวิธีเบสิคที่ใช้ก่อนแล้วกันครับ

วิธีนี้เราหลายคนรู้กันอยู่แล้วและก็ทำกัน แต่ผลที่ได้อาจต่างกันไปครับ ลองดูวิธีผมใช้ง่ายๆ ก่อนแล้วกันครับ

1. หาของจากหน้าแรกอีเบย์



วิธีนี้เบสิคสุด ผมเชื่อว่าของถ้าไม่สำคัญ ไม่เจ๋งจริง อีเบย์ไม่จัดขึ้นหน้าหนึ่งแน่ ฉะนั้นเวลาที่เปิดหน้าอีเบย์ ผมจะเลือกที่หมวดหมู่สินค้าที่ผมสนใจ แล้วเข้าไปดูว่า สินค้า best match ในหมวดนั้นๆ ตัวใหนเด็ด ตัวไหนขายดี ตัวใหนเราหาได้ หาเจอแล้วลองมาวิเคราะห์ความน่าขายกันดูครับ

2. หาของจาก Advance Serch

อันนี้ก็เบสิค ที่ไม่ว่าที่ไหนก็สอนให้เราหาของขายจากที่นี่ เพียงแต่ผมทำให้มันไม่เบสิคตรงที่ ผมใช้วิธีส่วนตัวคือหา Sub Keyword เพื่อให้เจอสินค้าต่างจากคนอื่นครับ 
ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมุติผมอยากขายหิน ทุกคนก็จะนึกถึง Stone และก็หาสินค้าด้วยคีย์เวิร์ดนั้นๆ มันก็จะออกมาเหมือนกันหมด  ผมจะใช้วิธีคิดคีย์เวิร์ดหาคำอื่นที่เกี่ยวข้อง เอามาให้มากที่สุด แล้วมากดหาดู ทีนี้เราจะเจอสินค้าที่คนอื่นหาไม่เจอ และมีความหลากหลายกว่าการหาด้วยคำตรงๆ 

**** หลักของผมเลยคือผมไม่หาของเป็นหมวดๆ ใช้ All Catagories เพื่อให้ได้เจอของที่หลากหลายมากกว่าเดิมครับ

3. Item Location 

เลือกสินค้าจากแหล่งขาย ปกติ เราๆ ส่วนใหญ่ก็จะตั้งเป็น Thailand ด้วยเหตุผลว่า สินค้าที่หาได้จะได้เป็นของที่เราหาได้ทั่วไปเหมือนกัน ไม่ลำบากในการหาของขาย แต่ผมไม่ตั้ง ผมอยากดูของที่เขาขายกันทั่วโลก แล้วค่อยมาวิเคราะห์ว่าเราหาเองได้มั๊ย 

แล้วหาแบบนั้น ผมมองหาอะไรมาขาย ผมดู 2 เรื่องครับ คือของขายดี ขายได้ เป็นยังไง ลองดูรูปนี้ครับ

แบบนี้ผมเรียกว่าขายดี เพราะยอดขายมันอลังการมาก

ส่วนนี่ของขายได้ครับ ผมมองที่ราคาขายเป็นหลัก หากขายแล้วขาดทุน ขายแล้วกำไรน้อยผมไม่เอา ลูกผมไม่ได้กินตัวเลขฟีดแบค แต่ต้องใช้เงินไปแลกของกินมา ฉะนั้นของที่ผมจะขายต้องมีกำไรที่น่าสนใจ ผมถึงจะเลือกมาขายครับ 

แถมๆ ในระหว่างกำลังหาสินค้า พยายามเหลือบตามองข้างๆด้วย แล้วคุณจะเจอสินค้าแนะนำแบบง่ายๆครับ ไม่ต้องไปตามหามากมาย


นี่เป็นสเตปง่ายๆ แต่ใช้เวลามากมายในการนั่งดูสินค้าของผมทุกคืนครับ และพอได้สินค้ามาแล้ว ผมต้องมาวิเคราะห์ต่อเรื่องแหล่ง ราคา กำไร การส่งอีกหลายขั้นตอนกว่าจะตัดสินใจเลือกอะไรสักตัวมาขายครับ ไม่ใช่ว่าเจอปุ๊บหยิบมาขายทันที ทำแบบนั้นมันง่าย แต่มันขายไม่ค่อยออกครับ

โชคดีในการขายครับ เพื่อนๆ ทุกท่าน









Ebayguide Slow Life ให้ได้ตังค์ พื้นที่กลางสำหรับแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้ และประสบการณ์ในการขายสินค้าบนอีเบย์ แบบไม่มีค่าย ไม่มีสังกัด งดเว้นการก่อดราม่า โต้เถียง หรือล่วงเกิน กล่มหรือสถาบัน อันจะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งทุกกรณีครับ

เขาบอกอะไรให้เราทำอีเบย์ แล้วอะไรที่เขาไม่บอก

Smoot As Silk บางเบาเหมือนขนนก ตกลงมาก็ไม่เจ็บ







เวลาที่เราไปถามรุ่นพี่ทั้งหลาย ว่าไม่รู้จะขายอะไรดี พี่ๆ ก็จะแนะนำให้เราไปหาของไกล้ตัวสิ ของต้นทุนต่ำสิ ของนั่นของนี่สิ และประโยคมาตรฐานที่เราจะเจอบ่อยที่สุดคือ หาของเบาๆ ค่าส่งถูกๆ ต้นทุนต่ำๆ มาขายสิ

คุ้นมั๊ยครับ คำนี้ คำที่เราน่าจะได้กลับมาทุกคน พี่ๆ เขาตอบมาถูกต้องแล้วครับ สำหรับมือใหม่ ที่ยังติดลิมิตอยู่ คุณไม่ควรไปลงทุนกับอะไรที่ทุนมันแพง ค่าส่งสูงเพราะของหนัก เนื่องจากพี่ๆ เขาไม่อยากให้ทุนเราต้องจมอยู่ในสินค้าครับ ฉะนั้นทำตามได้ก็เป็นเรื่องดี เกิดปัญหาก็เจ็บตัวเล็กน้อย แต่.....

หากคุณทำมาสักพักใหญ่แล้ว  แล้วยังนั่งฝังใจเรื่องของเบา ค่าส่งถูก ต้นทุนต่ำ ทำไปนานเข้า ท้ายสุดคุณจะกลายเป็นเหมือนนักขายส่วนใหญ่ ที่ไม่กล้าแตะของต้นทุนสูง น้ำหนักเยอะ เพราะมัวแต่กังวลว่า หากเอาของทุนสูงมาลงขาย ทุนก็จะจม กว่าจะขายได้ แถมถ้าน้ำหนักมากค่าส่งก็มากเป็นเงาตามตัว และเวลามีปัญหาก็อาจบาดเจ็บจากเรื่องการรับเข้า จ่ายเงินออก สรุปเลยนั่งหาของเบาๆ ถูกๆ ค่าส่งน้อยๆ มาขายต่อไป และน่าแปลกที่คนกลุ่มนี้มีเยอะมากเสียด้วย สรุปสินค้าที่เอามาขายก็เลยกลายเป็นของเหมือนๆ กัน ซ้ำกันจำนวนมาก หากอยากขายได้ก็เลยต้องแข่งกันตัดราคาให้ไม่เหลืออะไร

แล้วรุ่นพี่เขาไม่บอกอะไรคุณ...... คือคนที่รวยส่วนนึงจากอีเบย์นี่ขายแต่ของต้นทุนสูง และของหนักแทบทั้งสิ้น ไม่ค่อยมีใครมานั่งขายของเบาๆ ถูกๆ เหมือนที่เขาบอกเราหรอกครับ บอกไปคุณก็จะกลายไปเป็นคู่แข่งกันเอง สู้บอกให้ไปหาของถูกๆ มาขายนั่น ปลอดภัยดี เขาจะได้ขายของได้ ไม่มีคู่แข่ง



ฉะนั้นครับ เมื่อเวลาเริ่มมากขึ้น ประสบการณ์มากขึ้นแล้ว คณก็ควรจะหัดขยับยอดราคาสินค้าตัวเองให้เป็น อย่านั่งจมอยู่กับของเบาๆ ถูกๆ อีกต่อไป เพราะยิ่งทำแบบนั้นนานเท่าไหร่ คุณก็จะสั่งสะกดจิตตัวเองไว้แค่นั้น ไม่กล้าทำมากกว่านั้น กังวลไปทุกเรื่อง จนไม่กล้าขยับอะไรทั้งสิ้นครับ แล้วแบบนี้อีกนานแค่ไหนเราถึงจะไปแตะยอดเสาธงที่เราใฝ่ฝันถึง

ยิ่งปรับตัวได้เร็วเท่าไหร่ คุณก็จะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ครับ เพราะคนเราไปได้ไม่ไกลเกินความคิด คิดใหญ่ก็หนึ่งคิด คิดเล็กก็หนึ่งคิดครับ

โชคดีในการขายครับพี่น้อง

Ebayguide Slow Life ให้ได้ตังค์ พื้นที่กลางสำหรับแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้ และประสบการณ์ในการขายสินค้าบนอีเบย์ แบบไม่มีค่าย ไม่มีสังกัด งดเว้นการก่อดราม่า โต้เถียง หรือล่วงเกิน กล่มหรือสถาบัน อันจะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งทุกกรณีครับ

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

ต่อยอดอีเบย์ เทพื้นแน่นหรือยัง

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ ก่อนหยุดสงกรานต์ อยากเขียนเรื่องยาวๆ ไว้ให้ได้อ่านกันครับ เอาไว้อ่านเพลินๆ ยามว่างถือว่าแลกเปลี่ยนความคิดกันครับ

ทุกวันนี้เห็นเพื่อนผมหลายคน ตระเวณตามหาสุดยอดฝีมือ เพื่อถ่ายทอดกลเม็ดเคล็ดลับขั้นสูงสุดให้ หวังว่าจะช่วยให้ยอดขายของตัวเองพุ่งกระฉูด แต่ไปเรียนมาหลายที่ หมดเงินไปหลายอัฐ แต่ทำไมยอดขายมันไม่เห็นจะทยานเหมือนที่หวัง บางคนนอกจากจะไม่เพิ่มขึ้นแล้ว กลับตกลงมาอีกด้วย




ผมขอยกตัวอย่างบางอาชีพที่ได้สัมผัสมาให้เพื่อนๆ ได้ลองคิดเปรียบเทียบกับงานขายอีเบย์ดูก็แล้วกันนะครับ อีกงานที่ผมทำมาสิบกว่าปี คือการขายประกันและวางแผนการเงิน ภาษีและการลงทุน ฟังดูดีมั๊ยครับ ลองมารู้จักมันกัน งานขายประกันทุกคนจะรู้ว่ามันยากมาก ยากขนาดที่มีคนพูดว่าถ้าคุณขายประกันได้คุณก็ขายของได้ทุกประเภท ทีนี้พองานมันยาก กว่าจะได้เบี้ยแต่ละหมื่นจากลูกค้าก็เหนื่อยมาก คนก็เลยไม่อยากเข้ามาทำ หัวหน้าหน่วยก็หาตัวแทนใหม่มาทำยากขึ้น 

จนวันนึงมีอาชีพใหม่เกิดขึ้นคือนักวางแผนการเงิน และที่ปรึกษาทางการเงิน ชื่องานมันดูดีมาก ดูหรู ดูน่าเชื่อถือ และที่สำคัญเวลาวางแผนการเงินครั้งนึงเนี่ยมันได้เบี้ยเป็นแสนหรือเป็นล้าน  ไม่ใช่หลักพันหลักหมื่นเหมือนประกันปรกติ บรรดาหัวหน้าหน่วยก็เลยเอาตำแหน่งนี้ไปชักชวนคนมาทำงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งมันก็ตรงกับจริตคนไทยที่ชอบชื่อหรูๆ ดูดี พิมพ์ตำแหน่งใส่นามบัตรแล้วมันเท่ และเก็บเบี้ยได้ทีละเป็นแสน คนก็เลยเข้ามาทำงานมากขึ้น แถมตอนสมัครเข้าทำงานก็มีการเฉลยข้อสอบขอใบอนุญาตต่างๆ มากมายให้อ่าน ไม่ต้องรู้จริง รู้แค่คำตอบก็พอ

แต่..... ตั้งแต่เริ่มงานคนใหม่ทุกคนก็จะมองแต่สินค้าที่สามารถเก็บเบี้ยได้สูงๆ ทีละเป็นแสนเป็นล้าน ซึ่งมันคือกลุ่มการลงทุน ที่ตัวเลขผลประกอบการมันจะล่อหลอกให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น โดยไม่มองสินค้าประกันที่เป็นพื้นฐานในการทำงาน การบริการลูกค้า เป็นสินค้าที่เหมาะสำหรับลูกค้าทุกคน มุ่งหน้าเสาะแสวงสุดยอดหาเทคนิคแอดวานซ์ที่จะพาคนไปลงทุนพอร์ตใหญ่ๆ ได้

เวลาผ่านไปคนพวกนี้ที่จริงๆ แล้วไม่ได้สนใจการเงินการลงทุนใดๆ เลย ไม่รู้ภาวะความผันผวนใดๆ ทั้งสิ้น รู้แต่ว่าจะเอาสินค้าใดไปชวนลูกค้าลงทุน พอระบบเศรษฐกิจโดยรวมมันรวน พอร์ตต่างๆ ที่พาลูกค้าทำก็ขาดทุน รวนไปด้วย ลูกค้าก็หนีตีจาก จะให้คนพวกนี้กลับไปขายสินค้าประกันก็ทำไม่เป็น เบี้ยมันน้อย ไม่อยากทำ ท้ายสุดก็ค่อยๆ หายไปจากอาชีพ ออกจากงานกันไป 

ทั้งที่จริงๆ แล้วงาน วางแผนการเงินมันทำได้หลากหลายมากทั้ง
- วางแผนระบบการเงินตั้งแต่เกิดจนตาย
- วางแผนภาษีทั้งบุคคลและบริษัท
- วางแผนสวัสดิการต่างๆ
- วางแผนประกันชีวิต สุขภาพ และอุบัติเหต
- วางแผนการลงทุน
- วางแผนประกันภัยต่างๆ
- วางแผนประกันหนี้สิน และอื่นๆ อีกหลายแบบ

แต่คนเหล่านี้รู้จักแต่วิธีที่จะขายของแพง รู้เทคนิคขั้นสูงมากมาย แต่.... ไม่รู้จักเลยว่าเบสิคจริงๆ ของงานมันคืออะไร มันสำคัญอย่างไร ฉะนั้นครับหากคุณเจอตัวแทนที่พิมพ์บนนามบัตรมาว่าเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน แต่พอชวนคุยเรื่องการเงินอย่างอื่นกลับไม่รู้เรื่องเลย รู้แต่ว่าจะพาเราไปลงทุน วางแผนระบบการเงินทั้งชีวิตให้เราไม่ได้ แสดงว่านั่นน่ะของปลอมครับ

เอาล่ะเรื่องนี้มันเกี่ยวกับนักขายยังไง ทุกวันนี้เราเข้ามาขายอีเบย์เพราะเราอยากได้เงินล้านแบบที่เคยได้ยินมากันทั้งนั้น เข้ามาได้ เราก็จะพยายามหาสุดยอดเทคนิค สุดยอดกลเม็ดเคล็ดลับ มองหาแต่อะไรที่คนอื่นเรียกว่าแอดวานซ์ เพื่อที่จะมาต่อยอดการขายของตัวเองให้สูงสุด แต่ลองถามตัวเองดูก่อนครับ ว่าทุกวันนี้ เรารู้เรื่องพื้นฐานการขาย พื้นฐานการตลาดมากแค่ใหน เทคนิคการเขียน การต่อรองต่างๆ เรารู้อะไรบ้าง หรือรู้แค่ลงขายยังไงเท่านั้น

- เรามองหาสินค้า ดู วิเคราะห์ แยกแยะได้แค่ไหนว่าอะไรควร หรือไม่ควรขาย
- เราวิเคราะห์การแข่งขันในตลาดได้แค่ไหน หรือรู้แค่ว่ามีคนขายชิ้นนี้แพงฉันก็จะเอาลงขายด้วย
- ไปเดินตลาดกับคนอื่น คุณมองหาอะไรนอกจากดูว่าคนอื่นเขาขายอะไร จะได้หามาขายด้วย
- ดูสินค้าชิ้นเดียวกัน เรารู้มั๊ยว่าเราจะเอามาทำยังไงให้มันขายได้แพงกว่าคนอื่น
- รู้มั๊ยว่าควรตั้งราคาให้สูงขนาดไหน เราถึงได้กำไรที่สมควร หรือรู้แค่ว่าต้องตัดราคาให้ของขายได้
- รู้มั๊ยว่าขายแล้วจะผูกมัดใจลูกค้ายังไงให้กลับมาซื้อเราอีก
- รู้มั๊ยว่าหากไม่มีคนอื่น แล้วเราไปเดินเลือกสินค้าคนเดียวเราควรจะเลือกอะไรมาขาย
- รู้มั๊ยว่าปัญหาต่างๆ เราจะแก้อย่างไรด้วยตัวของเราเอง
- รู้มั๊ยว่าของแบบเดียวกันจะถ่ายรูป หรือทำอย่างไรให้มันขายได้
- รู้มั๊ยว่าลิมิตความเสี่ยงในเรื่องของราคาสินค้า หรือสินค้าชนิดไหนที่เราควรขายหรือไม่ควร
- รู้มั๊ยว่าวิธีการแบบไหนที่เราควรใช้หรือไม่ควรใช้ แบบไหนไม่ควรไปเลียนแบบ
- และอีกหลายเรื่องควรรู้

ฉะนั้นครับ ก่อนจะพยายามต่อยอดตึกให้สูงขึ้นไป ลองหันกลับมามองพื้นล่างก่อนว่าฐานคุณแน่นหรือยัง เพราะหากฐานคุณไม่มั่นคงพอ แล้วพยายามต่อแต่ยอดให้สูงขึ้น สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่นานฐานคุณก็จะถล่ม พังเสียหายไปเองครับ

โชคดีในการขายครับพี่น้อง
เอ กันตภณ

Ebayguide Sloe Life ให้ได้ตังค์ พื้นที่กลางสำหรับแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้ และประสบการณ์ในการขายสินค้าบนอีเบย์ แบบไม่มีค่าย ไม่มีสังกัด งดเว้นการก่อดราม่า โต้เถียง หรือล่วงเกิน กล่มหรือสถาบัน อันจะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งทุกกรณีครับ

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2559

Title ของดีมีน้อย ใช้สอยอย่างประหยัด





เราเคยนั่งดูสินค้า แล้วเจอตัวอักษรแปลกแบบนี้มั๊ยครับ เคยสงสัยมั๊ยว่ามันคืออะไร หรือจะอะไรก็ช่างมัน ฉันแปลไม่ออกอยู่แล้ว
 
 

มันคือคำย่อสากล ที่มีไว้ให้เราประหยัดตัวอักษรที่จะเขียนลงใน Title ช่วยให้เราหาคำอื่นๆ มาใส่เพิ่มได้อีกครับ ลองเอามาใช้กันดูนะ


ตัวย่อที่ควรรู้
AB: Aurora Borealis (used in jewelry descriptions)
ACC: Accumulation (postage stamps)
ACEO: Art Cards, Editions and Originals (miniature paintings on 3.5 inch by 2.5 inch cards) See also OSWOA and SFA
ACL: Applied Color Label (bottles)
ADV: Adventure (Books / Movies)
AIR: Air Mail (postage stamps)
API: Application programming interface
ARC: Advance reader's copy
ATC: Artist trading card (miniature artwork measuring 2.5 x 3.5 inches as per ACEO)
AU: Australian dollars (see currency exchange site)
AUTO: Autographed
AUTH: "Not quite authentic"
B&W: Black and white
BB: Beanie Babies
BC: Back cover; British Columbia, Canada; blister card
BC ED: Book Club Edition (in books)
BCE: Book Club Edition (in books)
BETAMAX: First video tape format (still used in Ghana & West Africa)
BIN: Buy It Now
BKLT: Booklet
BLK: Block (postage stamps)
BMC: Book of the Month Club Edition
BNIB: Brand New In Box
BNWT: Brand New With Tags
BOMC: Book of the Month Club Edition
BP: Blister pack; booklet pane (postage stamps)
BTS: Back to School
C: Carat (a unit of weight for precious stones & pearls equal to 200 mg)
CDF: Customs Declaration Form (postage stamps)
COA: Certificate of Authenticity (also stands for Coat of Arms)
COD: Cash on delivery
COMP: Composition Doll
CONUS: Continental US
CTB: Coffee table book
CDS: Circular Date Stamp (postage stamps)
CTO: Cancelled to Order (postage stamps)
CZ: Cubic zirconia (NOT a diamond)
DEF: Definitives (postage stamps)
DL: Download (frequently used for Digital Downloads)
DOA: Dead on Arrival
DLX: deluxe
EAPG: Early American pattern glass
ED: Edition
ETA : Estimated Time of Arrival
EURO: European Union Currency
EUC: Excellent used condition
EXC: Excellent
EXLIB: Formerly a library book
F: Fair or Fine condition [ask the seller; don't presume]
FAQ: A list of frequently asked questions with answers
FAUX: Not a genuine item (as in faux pearl)
FB: Feedback
FC: Fine condition
FCM: First class mail
FDC: First Day Cover (postage stamps)
FLB: Former Library Book
FNH: Family Name History
FOB: Free on board
FR: Former Rental (VHS tapes or DVDs)
FS: Factory sealed
FS: Full Screen Format on DVD
FUBAR: Fouled Up Beyond All Recognition
FVF: Final Value Fee
FYI: For your information
G: Good condition (also GC)
GBP: Great Britain Pounds (pounds sterling) (see currency exchange site)
GF: Gold filled
GP: Gold plate
GSP: Gold sterling plate
GU: Gently Used. Item that has been used but shows little wear, accompanied by explanation of wear
HB: Hardback book
HC: Hardcover book
HC DJ: Hardcover Book with Dust Jacket
HCTS: Here Comes the Stork (seller group)
HP: Home page, Hand Painted, Hewlett Packard
HP: Hard Plastic Doll
HS: Hand Stamp (postage stamps)
HTF: Hard to find
HTML: HyperText Markup Language; the language used to create Web pages
IBC: Inside back cover
IE: Internet Explorer
IFC: Inside front cover
INIT: Initials
INR: Item Not Received
ISP: Internet Service Provider - a company that gives you access to the Internet
JPG: Preferred file format for pictures on eBay (from the Joint Photographic Experts Group standard, pronounced "Jay-Peg")
K: Karat (1/24th part of pure gold)
KWS: KeyWord Spam
L: Large (also used, Lg or Lrg)
LCD: Liquid Crystal Display
LE: Limited edition
LED: Light Emitting Diode
LN: Like new
LP: Long playing (33 rpm record album)
LP: Large print (books/magazines)
LS: Long sleeves (in clothing)
LSASE: Large self addressed stamped envelope
LTBX: Letterbox. Video format that recreates a widescreen image
LTD: Limited edition
M: Medium (also used: Md or Med)
MCM: Mid-Century Modern
MH: Mint hinged (condition of postage stamps)
MIB: Mint in box
MIBP: Mint in blister pack
MIJ: Made in Japan
MIMB: Mint in mint box
MIMP: Mint in mint package
MIOJ: Made in Occupied Japan
MIOP: Mint in open package
MIP: Mint in package
MIU: Made in USA
MM: Media Mail Shipping by USPS
MNB: Mint no box
MNH: Mint never/not hinged (condition of postage stamps)
MNT: Mint. In perfect condition (a subjective term)
MOC: Mint on card
MOMC: Mint on mint card
MONMC: Mint on near mint card
MOP: Mother-of-Pearl
MOTU: Masters of the Universe (He-Man), or Mark Of The Unicorn, an audio equipment manufacturer
MP: Military Post (postage stamps)
MPRS: My Poupette Recommended Seller (seller group)
MTG: Magic the Gathering Card Game
MWBMT: Mint with both mint tags
MWBT: Mint with both tags
MWMT: Mint with mint tags
MYO or M.Y.O.: Million years old
NARU: Not a registered user (or suspended user)
NDSR: No dents, scratches, or rust (condition of tins)
NBB: Non-binding bid (real estate category term)
NBW: Never been worn
NC: No cover
ND: No date
NIB: New in box; No international bidders
NIL: Not in Line (not a standard product of the manufacturer; a special issue)
NIMSB: New in manufacturer's sealed box
NIP: New in package
NM: Near mint
NOS: New Old Stock
NP: Not packaged
NPB: Non-paying bidder
NR: No reserve price for an auction-style listing
NRFB: Never removed from box
NTSC: Video & DVD format used in US, Canada, Mexico, the Phillipines, the Caribbean, most of South America excluding Brazil & Argentina, Taiwan, South Korea, Burma, & Cambodia (not PAL or SECAM)
NWOT: New without tags
NWT: New with tags
OEM: Original equipment manufacturer
OOAK: One of a Kind
OOP: Out of print
OPT: Overprinted (postage stamps)
OSWOA®: Original Small Work of Art measuring 6 x 4 inches, so as to fit in a standard 6 x 4 or 4 x 6 inches photo album sleeve. See also ACEO and SFA.
OSFA: One Size Fits All
PAL: Video & DVD format used in the UK, Australia, Germany, Spain, Portugal, Italy, Belgium, Holland, Hong Kong, Scandinavia, Poland, China, India, Pakistan, Turkey, most of Africa, and the Middle East - it is the DOMINANT format in the world (not NTSC or SECAM)
PB: Paperback book
PC: Poor condition; postcard
PF: Proof (coin)
PM: Priority Mail shipping method of USPS
PP: Parcel Post shipping method of USPS; PayPal
RC: Reader's copy
Reg: Registered (postage stamps)
RET: Retired
REV. ED.: Revised edition (books)
ROPS: Rollover Protective Structure; a cab or frame that provides a safe environment for the tractor operator in the event of a rollover
RPPC: Real Photo Postcard (not an illustration)
RS: Rhinestone(s)
S: Small (also used, Sm or Sml)
SAIS: Sold As Is
SASE: Self addressed stamped envelope
S/B: Stockbook (postage stamps)
SC: Slight crease (tags, books, magazines)
SC: Softcover book
SF: Science-fiction
SFA: Small format art (any artwork measuring under 14 inches). See also ACEO and OSWA.
SCO: Second chance offer
SCR: Scratch
SECAM: Video & DVD format used in France, Russia, Eastern Europe, & some parts of the Middle East (not PAL or NTSC)
S/H; SH, S&H: Shipping and handling
SHI: Shipping, handling, and insurance
Sig: Signature
SM: Selling Manager
SMP: Selling Manager Pro
SMI: Safeguarding Member IDs
SNAD: Significantly not as described
SNAFU: Situation Normal, All Fouled Up
SO: Sold Out
S/O: Sold out
S/P: Salt and pepper (shakers); silverplate (flatware)
SS: Short sleeves (in clothing)
SS: single sheet (postage stamps)
SS: Stainless steel
SS or 925: Sterling Silver
SS: Still sealed
STER: Sterling
SW: Slight wear
SZ: Size
SYI: Sell Your Item form
TA: Trading Assistant
TE: Trade Edition (typically smaller than standard book)
TIA: Thanks in advance
TKO: Account TaKeOver
TL: Turbo Lister
TM: Trademark
TOS: Terms of sale; terms of service; The Original Series (Star Trek)
UNC: Uncirculated (coins)
UPI: Unpaid Item
UPS: United Parcel Service
URL: Uniform Resource Locator. The address that identifies a Web site (such as www.ebay.com).
USPS: United States Postal Service
V2000: also known as Video Compact Cassette, or VCC - began in 1979 and ended in 1988 (marketed exclusively in Europe)
VBO: Vintage Blow Out Sale: 4 times a year Vintage Clothing Sellers place items on ebay at amazing prices of 19.99 or less with Buy it now.
VeRO: Verified Rights Owner
VF: Very fine condition
VG or VGC: Very good condition
VHTF: Very hard to find
VR: Very rare
W / : With
WBN: Winning bidder notification
WMK: Watermark (postage stamps)
WOB: Writing on back
WOF: Writing on front
WS: Widescreen in DVD (same as Letterbox)
WYSIWYG: What you see is what you get
XL: Extra large
XS: Extra small
XXL or 2XL: Extra extra large or 22/24 W
XXXL or 3XL: Extra extra extra large or 26/28 W
YFD: Yard Fard Days (seller group)
 


Ebayguide Sloe Life ให้ได้ตังค์ พื้นที่กลางสำหรับแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้ และประสบการณ์ในการขายสินค้าบนอีเบย์ แบบไม่มีค่าย ไม่มีสังกัด งดเว้นการก่อดราม่า โต้เถียง หรือล่วงเกิน กล่มหรือสถาบัน อันจะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งทุกกรณีครับ

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559

จุดตายนักขายอีเบย์ เรื่องง่ายๆ ที่ไม่มีใครบอกคุณ 1

พี่คะหนูก็หาของ ดูของขายดีขายได้จากในอีเบย์แล้ว อันใหนที่เขากันกันได้และหนูก็หามาขายบ้าง ตั้งราคาเท่าเขาเลย บางชิ้นหนูก็ขายถูกกว่า แต่ทำไมมันขายไม่ออกคะ

ก่อนจะบอกเรื่องอื่นๆ เอาเรื่องง่ายๆ จุดตายนักขายที่ไม่เคยมีใครบอกคุณก่อนแล้วกันครับ เวลาที่เราหาสินค้า ดูของขายบนอีเบย์ สมมุติเราใช้คีย์เวิร์ด Mask Paper Mache มันจะขึ้นหน้าตาแบบนี้มา เหมือนกันใช่มั๊ยครับ


เราเคยลองสังเกตบ้างมั๊ยครับว่ามันมีรายละเอียดอะไรบ้าง นอกจากดูที่ราคาขายและค่าส่ง ส่วนใหญ่พอเราดูแบบนี้ เราก็จะมองว่าสินค้าตัวใหนขายได้และเราหาได้ เราก็จะไปหามาขายเลย โดยตั้งราคาให้ไกล้เคียง เท่ากัน หรือตัดราคากันเลย ส่วนค่าส่งก็ตั้งเท่ากันไป แล้ว...... มันก็ขายไม่ออก
เพราะ.......
ถ้าเราสังเกต เราจะเห็นว่าด้านบนขวามันเขียนว่า Shipping to Thailand ฉะนั้น ค่าส่งที่เห็นมันเป็นค่าส่งมาเมืองไทยครับ ทีนี้ เราลองมาเปลี่ยนสถานที่ ด้วยการคลิกที่ชื่อประเทศ แล้วเปลี่ยนเป็นประเทศเป้าหมาย ผมลองเปลี่ยนเป็น USA ดู เราจะได้ภาพนี้


จะเห็นว่าค่าส่งมันเปลี่ยนไป แถมสินค้าบางตัวที่เขาไม่ส่งอเมริกาก็หายไปด้วย ค่าส่งที่เราเห็นรอบนี้มันเป็นค่าส่งจริง ที่เขาขายกันครับ ฉะนั้นเวลาคุณไปเอาสินค้าเหมือนกันมาขายก็ต้องเอาค่าส่งตัวนี้เป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอาค่าส่งมาไทยเป็นตัวตั้ง แบบนี้ของถึงจะขายออกครับ

นี่คือจุดตายง่ายๆ เรื่องแรกที่เรามักพลาดกันเวลาที่หาของเหมือนคนอื่นมาขายครับ เรื่องอื่นๆ เดี๋ยวจะทะยอยมาเขียนให้เรื่อยๆ ครับ

โชคดีบนอีเบย์ครับเพื่อน พี่น้องทุกท่าน

ดูบทความเต็มๆ ได้ที่ http://ebayslowlife.blogspot.com/ 
ศุนย์แลกเปลี่ยนข้อมูล เรื่องราว และประสบการณ์ ในการขายสินค้าบนอีเบย์ แบบไม่มีค่าย ไม่มีสังกัด

#Ebay, #อีเบย์, #อีเบย์ไทย ไขอาชีพ, #ขายของออนไลน์


วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

หาของขายง่ายๆ สไตล์บ้านๆ

เครดิตรูป  http://azmal.deviantart.com/art/Krypton-Cuirass-589599036





ไปฟังสุดยอดเทคนิคการหาสินค้าแบบง่ายๆ จากพี่ท่านนึงที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย แต่หาของขายได้เก่งมว๊าก หาเจอแต่ของง่ายๆ ที่ขายได้ราคาแพงล้วนๆ ชนิดที่เรายังอาย ไม่ต้องไปพึ่งพาเครื่องมือหรือเว็บค้นหาคีย์เวิร์ด หาสินค้าใดๆ หากอยากรู้แล้ว เขยิบเข้ามาไกล้ๆ หอบลูก จูงหลาน ประสานมือเมีย เข้ามาไกล้ๆ ได้เลยครับ  

วิธีค้นหาที่เราคาดไม่ถึงคือ การหาของง่ายๆ ไกล้ๆ ตัว ของชาวบ้านๆ ที่ใช้กันมาหลายสิบปี ยิ่งเก่าสนิมเขลอะยิ่งดี จากนั้นก็เอาชื่อไทยๆ ที่เราเรียกกันนี่แหละ โยนเข้ากูเกิล แล้วให้กูเกิลช่วยแปลภาษาอังกฤษ และดูว่ามีเว็บที่ขายของพวกนี้เยอะมั๊ย หากน่าสนใจก็เข้าไปดูที่อีเบย์ ว่ามีคนขายมั๊ย ขายได้ราคาเท่าไหร่ หากน่าสนใจ พี่เขาก็จะไปตามขอ ตามเก็บจากในหมู่บ้าน เอามาลงขาย เท่านี้สินค้าพื้นบ้านแต่ละขิ้นก็สร้างกำไรกันได้มโหฬารเลยทีเดียว

ลองเอาไปประยุกต์ใช้กันดูครับ

โชคดีบนอีเบย์พี่น้อง


วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559

ถ่ายรูปอย่างไรให้มันน่าซื้อ






มาติดตามกันต่อเลยครับวันนี้ กับเนื้อหาเรื่องเล่าดีๆ จากประสบการณ์ผมเองนะครับ ยืนยันว่าทุกครั้งที่นั่งเขียน เขียนเองไปเรื่อยๆ ไม่มีเอาหนังสือเล่มอื่นๆ มาวางประกอบครับ เพื่อหวังให้เรื่องราวมันต่างไปจากของคนอื่นครับ และวันนี้ก็เหมือนเดิม อ่านกันเฉพาะในนี้ อย่าเผยแพร่ ออกไป อยากให้เพื่อนอ่าน ก็ชวนให้เขามาสมัครเข้ากลุ่มนะครับ

สำหรับการถ่ายรูป หลายคนอาจบอกว่าทำไมต้องมาสอน มันยากตรงไหน ใครๆ ก็ถ่ายได้ ทุกวันนี้อุปกรณ์ดีจะตาย กล้องมือถือฉันนี่ก็ 13 ล้านพิกเซล ระบบอีกเพียบ กล้องถ่ายรูปฉันก็รุ่นล่าสุด รวมเลนส์แล้ว ตัวละเกือบแสน ถ่ายยังไงก็สวย หากใครคิดแบบนี้อยู่ก็ผ่านไปได้เลยครับ ไม่ต้องอ่านไปให้เสียเวลาครับ แต่สำหรับเพื่อนที่อยากอ่านติดตามมาได้เลย

อุปกรณ์ที่จำเป็นในการถ่ายสินค้า :
1. กล้องถ่ายรูป / สมาร์ทโฟน จะใช้อะไรก็ได้ครับ แต่ขอให้คุณภาพดีนิดนึง ความละเอียดของกล้องสูงๆ เข้าไว้ครับ และต้องซูมได้สูงพอประมาณ ไม่ต้องแพงมาก แต่ต้องถ่ายออกมาแล้วใช้ได้ดีครับ กล้องบางแบรนด์ 4-5000 ก็ถ่ายและซูมได้ดีมากแล้วครับ ไม่ต้องเป็นแสน

2. ขาตั้งกล้อง / ขาตั้งมือถือ หรือไตรพอด จำเป็นมากสำหรับพ่อค้าทั้งหลาย เพราะภาพที่ถ่ายเราต้องการความคมชัด หากมือคุณไม่นิ่งพอ เวลาถ่ายภาพ โดยเฉพาะภาพเล็กๆ รับรองภาพไหวทุกรูป ฉะนั้นขาตั้งลงทุนเถอะครับ ราคาไม่เท่าไหร่

3. กระดาษสี กระดาษไข ผ้าสีต่างๆ หรืออะไรก็ตามที่คุณเห็นว่ามันเหมาะกับการเป็นฉากถ่ายภาพ

4. Memory Card เอาแบบจุเยอะๆ ได้จะดีมากครับ เพราะภาพยิ่งความละเอียดสูง ขนาดไฟล์ยิ่งใหญ่ครับ

5. อุปกรณ์ติดตั้งสินค้า เช่นกาวก้อน หรือเทป 2 หน้า กรณีสินค้าชิ้นเล็กมากๆ

6. ไฟตั้งโต๊ะ ดวงหรือ 2 ดวง เอาไว้ช่วยเพิ่มแสง ลดเงาของสินค้า แนะนำหลอดแบบเดย์ไลท์ เพราะให้แสงที่สว่างและสีภาพที่ถ่ายออกมาจะเพี้ยนน้อยหน่อยครับ เพราะหลอดแต่ละแบบจะให้อุณหภูมิสีที่แตกต่างกันครับ

7. แฟลช มีก็ได้ไม่มีก็ได้  หากเรามีโคมไฟตั้งโต๊ะแล้วครับ

8. กล่องไฟ อุปกรณ์สำหรับคนที่อยากให้รูปออกมาสวย เพราะมันจะช่วยให้เราจัดความสว่างของภาพ ลดเงา และช่วยลดแสงสะท้อน ระหว่างวัตถุกับไฟโดยตรงครับ กล่องไฟมีประโยชน์มาก เพราะ
- หากเราเอาของสีอ่อนตั้งกลางแจ้ง แล้วถ่าย มุมนึงของภาพรายละเอียดจะหายไป มีแต่สีขาว
- หากเราถ่ายสินค้าตอนค่ำ ภาพก็จะดรอป มีความแตกต่างของแสงเงาสูง และสีของภาพก็จะเพี้ยน มีน๊อยซ์หรือเม็ดสีในภาพเต็มไปหมด ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เมื่อเราถ่ายภาพด้วยกล่องไฟ

กล่อง ไฟมีหลากหลายแบบ ใครมีทุนหน่อยก็อาจจะซื้อเอาตามร้านต่างๆ ราคาเริ่มต้น 1,200 บาทถึงหลายพัน หรือใครอยากประหยัดก็สามารถ DIY ได้ด้วยตัวเองด้วยทุนไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น ประหยัดไปได้หลายเท่าตัว ส่วนวิธีทำกล่องไฟ ใน DVD Ebay Selling มีคลิปสอนทำ สอนใช้งานเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ

9. คน อุปกรณ์สำคัญที่สุดของการถ่ายภาพเลยครับ เพราะให้ถือกล้องราคาเป็นแสน แต่ใช้ไม่คล่องก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ที่แบกกล้องตัวใหญ่ๆ เดินถือกันเต็มเมืองแต่ถ่ายภาพกันออกมาสู้กล้องปัญญาอ่อนไม่ได้เลย แต่ในขณะเดียวกัน หลายคนที่ใช้เพียงกล้องมือถือห่วยๆ กลับถ่ายรูปออกมาแล้วได้คุณภาพรูปที่ดีกว่ากันเยอะเลยครับ ทั้งหมดมันเกิดจากประสบการณ์และมุมมองครับ หัดถ่ายบ่อยๆ เล่นกับเมนูต่างๆ ให้คล่อง รู้ว่าเปลี่ยนเมนูแล้วภาพจะออกมาเป็นอย่างไร ถ่ายภาพในแสงแต่ละแบบ คุณภาพรูปจะแตกต่างกันอย่างไร และหัดหามุมถ่ายที่ใหม่ๆ แปลกๆ ไปเรื่อยๆ ก็จะรู้มุมว่าสินค้าไหนถ่ายมุมแบบไหนรูปถึงจะเด่นครับ

10. โปรแกรมเสริม เพื่อตัดต่อภาพ ครอปภาพ ย่อขยายสัดส่วนภาพให้ได้ขนาด และถ่ายภาพหน้าจอ ที่คุณภาพดีๆ ใช้งานง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เช่น Photoshop, Photo scape, Image resizer, snage it จำเป็น และสำคัญมากสำหรับนักขายเลยครับ เพราะน้อยครั้งที่ถ่ายภาพเสร็จแล้วจะเอามาใช้ได้เลย ส่วนมากต้องผ่านการตกแต่งกันสักเล็กน้อยก่อนครับ หากไม่รู้จะหาโปรแกรมที่ไหน DVD เราช่วยได้ (เฉพาะพวกฟรีโปรแกรมนะครับ โปรแกรมลิขสิทธิ์อย่าง photoshop ท่านต้องหาเองครับ ไม่อยากต้องไปรายงานตัวที่ศาล 555)

เอาล่ะ อุปกรณ์ครบแล้ว มาเข้าสู่วิธีการถ่ายภาพสินค้าให้น่าสนใจครับ
  1. ลอง จัดวางภาพหลายๆ มุม หมุนให้รอบทิศทาง หาอุปกรณ์ หรือพร็อพประกอบฉากให้ดูน่าสนใจครับ  เหมือนอย่างเช่นบางครั้งเราเห็นรูปแหวนแต่งงาน ตั้งอยู่ข้างดอกกุหลาบนั่นละครับ
  2. ลองถ่ายสินค้ากับฉากที่หลากหลาย เพื่อดูว่าฉากแบบไหน หรือสีข้างหลังแบบไหนที่จะช่วยขับให้สินค้าเราเด่น หลีกเลี่ยงฉากหลังที่รกรุงรัง หรือสีสดจัด มาดึงความสนใจจากสินค้าเราแทน
  3. หา รูปแบบแสงหลายๆ แบบกับสินค้าแต่ละชิ้น เพราะของบางอย่างถ่ายแบบใสๆ สว่างก็สวย แต่บางอย่าง ถ่ายกับแสงเงาที่แตกต่างกันมากๆ กลับสวย ต้องลองเล่นดูครับ
  4. ลองเปลี่ยน White Balance ในกล้องของคุณดูว่า แบบไหนที่จะให้ค่าสีของสินค้าที่ถูกต้อง ไม่เพี้ยนจากของจริง
  5. เวลา ถ่ายโฟกัสที่จุดเด่นของสินค้า อย่าให้หลุด ไม่ใช่ถ่ายแหวน แต่ปรากฏว่าด้านหลังชัดมาก แต่แหวนเบลอ อย่างงี้ไม่ดีแน่  เหมือนเวลาถ่ายภาพพอร์ตเทรต เค้าสอนให้โฟกัสที่ดวงตานางแบบ แต่พอถ่ายชุดบิกินี่ที่ไร ไปชัดตรงอื่นซะงั้นครับ
  6. อย่าถ่ายออกมาแล้ว สีเพี้ยน ขนาดเปลี่ยน ไปจากความเป็นจริง เพราะลูกค้าอาจคืนของเหตุเพราะไม่เหมือนกับภาพที่โชว์ครับ
  7. อย่างก ถ่ายให้ได้หลายมุม หลายแบบ เพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด สวยและแตกต่างจากรูปของคนอื่นเพื่อดึงดูดความสนใจครับ
  8. หลังถ่ายแล้ว เวลาเอาภาพมาแต่ง ก็อย่าให้มันสวยเกินจริง สีเปลี่ยน ขนาดเปลี่ยน เพราะอาจโดนคืนเหมือนกันครับ
  9. จะให้ดี หาที่ใส่โลโก้ของคุณลงไป เพื่อป้องกัน คนมักง่ายเอารูปเราไปใช้นะครับ
  10. หลีกเลี่ยงการเอารูปสินค้าจากเว็บ หรือจากกูเกิลมาใช้ เพราะรูปพวกนี้มีลิขสิทธิ์ อาจโดนรายงาน หรืออาจโดนฟ้องได้ครับ
  11. หลีกเลี่ยงการเอารูปที่เหมือนกับพ่อค้าแม่ค้าไทยคนอื่นมาใช้เพราะ ปัญหาหลัดเลยคือคนไทยชอบทำร้ายคนไทยด้วยกันครับ
พอแล้ววันนี้ ยิ่งเขียนยิ่งยาว เสียดายที่ในนี้แปะรูปลงไปไม่ได้ครับ เลยได้แต่อ่านกันอย่างเดียวเลย

โชคดีครับเพื่อนๆ ทุกท่าน

คู่มือสำหรับนักขายมือใหม่บน eBay: หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดและสร้างความสำเร็จ การเริ่มต้นขายสินค้าบน eBay อาจดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับนักข...